เปรียบเปรยชีวิตนี้
พฤศจิกายน 3rd, 2011 § ให้ความเห็น
“ดอกไม้จะบานได้ต้องอาศัยแสงสว่างฉันใด จิตใจคนจะเบิกบาน ตื่นรู้ ก็ต้องอาศัยแสงสว่างคือปัญญาและคุณงามความดีฉันนั้น”
วันนี้สภาวะง่วงนอนจัด ปวดหัวนิดๆ หา ebook เปิด facebook อ่านสับเพเหระไปหมด แต่งานการไม่ทำ 555+ นั่งอ่าน facebook ไปเจอคำดีๆ ประจำวันนี้ วันพระด้วย มีคนโพสต์ไว้ว่า “ดอกไม้จะบานได้ต้องอาศัยแสงสว่างฉันใด จิตใจคนจะเบิกบาน ตื่นรู้ ก็ต้องอาศัยแสงสว่าง แห่งปัญญาและคุณความดีฉันนั้น” ฝากไว้สำหรับวันพระวันนี้ (ต้องขออภัยจำไม่ได้แล้วใครโพสต์)
ยังไม่พอเอากล่อนมาฝากอีกซักหน่อย
“บัวสามดอก”
โดดเด่นงามยามมองผุดผ่องสี
ในอ่างน้ำนั้นมีบัวสีสวย
ทั้งสามดอกนวลนุ่มกระชุ่มกระชวย
เอื้ออำนวยเพรียกขานบันดาลใจ
ดอกหนึ่งตูมเพิ่งพ้นจากผิวน้ำ
บริสุทธิ์ลึกล้ำยามอยู่ใกล้
เหมือนเรียวมือยกประนมชื่นชมใคร
สีเขียวอ่อนสดใสงามวัยวัน
อีกดอกหนึ่งสีชมพูดูหรูเลิศ
เบิกบานช่อพริ้งเพริศอย่างเฉิดฉัน
แย้มเกสรกลีบเรียงชิดเคียงกัน
ชวนใจฝันปลอบปลุกทุกนาที
ใกล้ใกล้กันยังมีอีกหนึ่งดอก
แต่โค้งตัวเอนออกนอกพื้นที่
กลีบเหลืองเหลืองโรยราเวลานี้
จากเคยคลี่บานเบ่งกลับเร่งเลือน
นิ่งมองดูบัวงามกับความคิด
เพ่งพินิจลึกซึ้งไยจึงเหมือน
ทั้งสามนั้นแท้จริงคือสิ่งเตือน
ชั่วขณะอยู่เยือนแล้วเคลื่อนคลาย
คือบัวตูม แย้มบาน แล้วรานร่วง
แห่งผลพวงสภาวะสิ่งทั้งหลาย
เป็นเช่นนั้นมิยกเว้นแม้สักราย
บัวสามดอกบอกความหมายประกายธรรม
ยิ้มกับบัวทั้งสามเลิกถามไถ่
เสน่หาหมดไปไม่เพ้อพร่ำ
ภาพภาพหนึ่งจึงปลงจากทรงจำ
เป็นเพียงสีขาวดำธรรมดา
ตูมเมื่อวาน บานวันนี้ พรุ่งนี้โรย
ความเที่ยงแท้คือแห้งโหยร่วงโรยค่า
สิ่งพบเห็นง่ายดายแห่งสายตา
สื่อปรัชญางดงามความเป็นจริง
……………………………………………………………………………………………
(วรรณ วริญญา 7 กุมภา 54)
credit : http://www.oknation.net/blog/print.php?id=684954
