เป็นแต่ใช้ตีนขับรถ

พฤศจิกายน 10th, 2011 § ให้ความเห็น

คำเด่นประจำวันนี้…. “…เบื่อพวกที่เป็นแต่ใช้ตีนขับรถ!”

แหล่งที่มาของคำนี้ เกิดจากพฤติกรรมที่ไม่ดีของผู้ใช้รถใช้ถนนในบ้านเมืองเราปัจจุบันนี้ โดยเฉพาะภูเก็ต เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องท่องเที่ยว แต่แย่มากสำหรับมารยาทการขับขี่ของคน เจอประจำ เจอตลอด จนตนเองต้องระมัดระวังตนเอง เป็นเรื่องที่ผมบ่นมาตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ครั้งแรก หลังจากที่จากที่นี้ไป 3 ปี กลับมาอีกทีความเจริญก็เข้ามาเยอะ บิดเบือนธรรมชาติอันสวยงามของเกาะแห่งนี้ไป ซ้ำร้ายด้วยความไร้ซึ่งมารยาทของผู้ขับขี่รถบนท้องถนนแห่งเมืองนี้ด้วยอีก ยิ่งทำให้ความรู้สึกผมยิ่งแย่ลงไปกว่าเดิมมาก แย่มากกว่าเมื่อ 4 – 5 ปีที่ยังเคยเรียน ณ เมืองแห่งนี้

การพบเห็นอุบัติเหตุ รวมถึงการได้ยินเสียงรถร่วม หว๋อรถพยาบาล ยิ่งวันละหลายๆ รอบ ค่าเฉลี่ยที่ผมประมาณการไว้น่าจะอยู่ที่วันละ 5 เที่ยวเป็นอย่างน้อย (จากที่ได้นั่งอยู่ office ตลอด และ office ก็ติดถนนเส้นหลักด้วยแล้ว) จนผมคิดว่าผมจะทำวิจัยเก็บช่วงเวลาของการได้ยินเสียงหว๋อรถดังขึ้นในบริเวณใกล้เคียง เก็บเป็นสถิติเอาไว้ จากเหตุการณ์พวกนี้บอกได้ถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมากมายบนท้องถนนในเมืองภูเก็ต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขับขี่เร็ว ไม่เคารพกฎจราจร ไม่ว่าจะเป็นฝ่าไฟแดง ไม่ใช้ไฟเลี้ยว และอีกหลายๆ เรื่อง ดีที่หลายๆ นี้ก็เป็นหลายๆ ที่มาที่ไปของอุบัติเหตุบนท้องถนนที่ทุกคนทราบดี แตะหลายๆ คนก็ไม่ปฏิบัติและละเลยกับสิ่งต่างๆ เหล่านี้ จนบางคนติดเป็นนิสัย (ที่ไม่ดี) รวมถึงเป็นสันดาลฝังลงไปแล้วด้วย

มีแต่เงินซื้อรถ แต่ไม่มีปัญญาและสติที่จะขับขี่รถ เป็นอีกคำนึงที่ผมอยากจะบอกกล่าวไปหลายๆ คนที่ขับขี่รถ ถึงมันจะแรง แต่มันก็สื่อได้ดีอีกคำหนึ่งในสภาพปัจจุบันนี้ของคนเรา ดูจากปริมาณรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น จนถนนมีเท่าไหร่ๆ ก็ไม่เพียงพอ และก่อเกิดเป็นปัญหารถติด ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ในบ้านเมืองภูเก็ต เกาะเล็กๆ แห่งนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับเมืองหลวงของเรา… อยากฝากเอาไว้สำหรับผู้ขับขี่ทุกท่าน

มีอีกหนึ่งโครงการที่อยากเล่าให้ฟัง จากปัญหาเรื่องพวกนี้ ผมเคยคิดเป็นโครงการถ้าผมเจอ ผู้ขับขี่ที่หลงลืมกฎจราจร ไม่เปิดไฟเลี้ยว ถ้าผมเจอผมจะแจกลูกอมฮาร์ตบีทให้เขา แบบที่เขียนข้อความได้ โดยจะเขียนข้อความว่า “วันนี้โชคดี ที่ไม่มีอุบัติเหตุ” ข้อความดีๆ สั้นๆ แต่แผงเอาไว้ประชดประชันสังคมนิดหน่อย ตอนนี้ที่ผมทำได้คือ ถ้าเจอตัวและผมขี่มอเตอร์ไซต์ไล่ทัน ผมจะขี้ไปมองหน้า เพราะเมื่อถึงเหตุการณ์คับขันจริงๆ ผมลืมว่าแต่รถอยู่ตรงไหน เพราะผมไม่เคยใช้มัน แต่ด้วยความโกรธ ทำอย่างไรได้ ก็ขอมองหน้ามันซะหน่อย แล้วก็พูดกับตัวเองว่า “แม่งเจออีกแล้ว พวกที่เป็นแต่ใช้ตีนขับรถ”

เมื่อเวลาผ่านไป มีใครบ้างที่คิดถึงเรื่องเก่าๆ

พฤศจิกายน 3rd, 2011 § ให้ความเห็น

“คิดถึงสิ่งเก่าๆ”

ปลายปีที่ไร ก็มีเรื่องให้คิดถึงสิ่งเก่าๆ มากมาย รวมไปถึงเจ้า Blog ของผมที่อยู่มานานหลายปีแล้ว แต่ก็ไม่ค่อยได้ update อะไร พอปลายปีเข้ามา ก็จะนึกถึงมันขึ้นมาทันที นึกถึงขึ้นมาทีไรก็จะมานั่ง update ข้อมูล เปลี่ยนธีม วันนี้ก็เช่นกันเบื่อๆ ง่วงๆ ก็เลยจัดการเปลี่ยนธีม Blog ใหม่ update ข้อมูลใหม่ซะหน่อย เปลี่ยนธีมไปแล้วใครว่าอย่างไร เข้ามาติดชมได้น่ะครับ ยินดีมากมาย

เปรียบเปรยชีวิตนี้

พฤศจิกายน 3rd, 2011 § ให้ความเห็น

“ดอกไม้จะบานได้ต้องอาศัยแสงสว่างฉันใด จิตใจคนจะเบิกบาน ตื่นรู้ ก็ต้องอาศัยแสงสว่างคือปัญญาและคุณงามความดีฉันนั้น”

วันนี้สภาวะง่วงนอนจัด ปวดหัวนิดๆ หา ebook เปิด facebook อ่านสับเพเหระไปหมด แต่งานการไม่ทำ 555+ นั่งอ่าน facebook ไปเจอคำดีๆ ประจำวันนี้ วันพระด้วย มีคนโพสต์ไว้ว่า “ดอกไม้จะบานได้ต้องอาศัยแสงสว่างฉันใด จิตใจคนจะเบิกบาน ตื่นรู้ ก็ต้องอาศัยแสงสว่าง แห่งปัญญาและคุณความดีฉันนั้น” ฝากไว้สำหรับวันพระวันนี้ (ต้องขออภัยจำไม่ได้แล้วใครโพสต์)

ยังไม่พอเอากล่อนมาฝากอีกซักหน่อย

บัวสามดอก

“บัวสามดอก”

โดดเด่นงามยามมองผุดผ่องสี
ในอ่างน้ำนั้นมีบัวสีสวย
ทั้งสามดอกนวลนุ่มกระชุ่มกระชวย
เอื้ออำนวยเพรียกขานบันดาลใจ

ดอกหนึ่งตูมเพิ่งพ้นจากผิวน้ำ
บริสุทธิ์ลึกล้ำยามอยู่ใกล้
เหมือนเรียวมือยกประนมชื่นชมใคร
สีเขียวอ่อนสดใสงามวัยวัน

อีกดอกหนึ่งสีชมพูดูหรูเลิศ
เบิกบานช่อพริ้งเพริศอย่างเฉิดฉัน
แย้มเกสรกลีบเรียงชิดเคียงกัน
ชวนใจฝันปลอบปลุกทุกนาที

ใกล้ใกล้กันยังมีอีกหนึ่งดอก
แต่โค้งตัวเอนออกนอกพื้นที่
กลีบเหลืองเหลืองโรยราเวลานี้
จากเคยคลี่บานเบ่งกลับเร่งเลือน

นิ่งมองดูบัวงามกับความคิด
เพ่งพินิจลึกซึ้งไยจึงเหมือน
ทั้งสามนั้นแท้จริงคือสิ่งเตือน
ชั่วขณะอยู่เยือนแล้วเคลื่อนคลาย

คือบัวตูม แย้มบาน แล้วรานร่วง
แห่งผลพวงสภาวะสิ่งทั้งหลาย
เป็นเช่นนั้นมิยกเว้นแม้สักราย
บัวสามดอกบอกความหมายประกายธรรม

ยิ้มกับบัวทั้งสามเลิกถามไถ่
เสน่หาหมดไปไม่เพ้อพร่ำ
ภาพภาพหนึ่งจึงปลงจากทรงจำ
เป็นเพียงสีขาวดำธรรมดา

ตูมเมื่อวาน บานวันนี้ พรุ่งนี้โรย
ความเที่ยงแท้คือแห้งโหยร่วงโรยค่า
สิ่งพบเห็นง่ายดายแห่งสายตา
สื่อปรัชญางดงามความเป็นจริง

……………………………………………………………………………………………
(วรรณ วริญญา 7 กุมภา 54)
credit : http://www.oknation.net/blog/print.php?id=684954

Hello World -my CMSs-

มิถุนายน 22nd, 2011 § ให้ความเห็น

Hello world

Jaobao และผองเพื่อนวัยซ่าส์ ชุดที่ 4

The thesis

มิถุนายน 5th, 2010 § ให้ความเห็น

my graduate thesis link is available on http://jaobao.110mb.com/jaobaoResearch_kmutt.htm.

nice!

mr_jaobao

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.